แนวคิดริเริ่มเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน

แนวทางของฮอนด้า

ในการส่งเสริมแนวคิดริเริ่มเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนนั้น ฮอนด้าได้กำหนดให้ “การรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ

บริษัทมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมองค์กรและโครงการริเริ่มในส่วนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

แนวคิดริเริ่มด้านผลิตภัณฑ์

แนวคิดริการขยาย และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า

การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ

ฮอนด้ามองว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับยานยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อส่งเสริมการแพร่กระจาย และการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ และคุ้มค่าที่ลูกค้าจะเลือกสรรจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ฮอนด้าจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกของ Honda 0 (ซีโร่) Series ในปี พ.ศ. 2569 โดยวางตำแหน่งรถยนต์รุ่นนี้ให้เป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดย Honda 0 Series ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ด้วยแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ที่เรียกว่า “บาง เบา และชาญฉลาด”

มอบคุณค่าให้กับ Honda 0 Series ด้วยแนวทางการพัฒนา “บาง เบา และชาญฉลาด” ที่สะท้อนออกมาเป็น 5 คุณค่าหลัก ได้แก่

  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เพื่อความปลอดภัย และความมั่นใจที่เหนือระดับ
  • คุณค่าเชิงพื้นที่รูปแบบใหม่ ที่เกิดจากการผสาน IoT และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ
  • ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง เพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าของรถยนต์ไฟฟ้า
  • ความสุขในการขับขี่ ที่หลอมรวมความรู้สึกของผู้ขับขี่ และรถยนต์อย่างลงตัว
  • ดีไซน์ที่งดงาม และน่าหลงใหล สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

สำหรับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้ามุ่งขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ และผลักดันการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลสำหรับการเดินทาง “CUV e:” ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้พลังงานจากชุดแบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบถอดเปลี่ยนได้ “Honda Mobile Power Pack e:” จำนวนสองก้อน ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ได้เปิดตัว “Activa e:” ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชุดแบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบถอดเปลี่ยนได้สองก้อนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ประกาศพัฒนารุ่นที่มาพร้อมแบตเตอรี่แบบติดตั้งถาวรในตัวรถอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าที่ต่อเนื่องของฮอนด้าในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

ในธุรกิจผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งวางตำแหน่งกลุ่มธุรกิจเครื่องยนต์ และกลุ่มธุรกิจการเกษตรเป็นธุรกิจหลักด้านผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ฮอนด้ากำลังพัฒนาขีดความสามารถในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ผ่านความร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเทคโนโลยีด้วยการประยุกต์ใช้ข้ามกลุ่มธุรกิจ (Horizontal Deployment) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน แนวทางเหล่านี้ถูกนำมาใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน และฮอนด้ายังคงต่อยอดจุดแข็งจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เพื่อการขับเคลื่อนต่อไป

แนวคิดริเริ่มสามประการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ไอเสียจาก “การใช้งานผลิตภัณฑ์” นั้น ราว 80% เป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า
ด้วยเหตุนี้ฮอนด้าจึงเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดการใช้งานผลิตภัณฑ์ทุกประเภท และผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ฮอนด้าจะส่งเสริมแนวคิดรเริ่มสามประการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่ไปกับการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์ทั่วโลก
(1) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องยนต์สันดาปภายใน
(2) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้แหล่งพลังงานที่หลากหลาย
(3) ขจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช้พลังงานหมุนเวียนและการาบริหารจัดการพลังงานทั้งหมด
ฮอนด้าได้กำหนดมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของฮอนด้า (เอชอีพีเอส) ในปี พ.ศ. 2554 และส่งเสริมการนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานต่างๆ

●ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงนั้นเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการปรับปรุงการเผาไหม้เชื้อพลิงและประสิทธิภาพการส่งกำลัง และลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนเครื่องยนต์ต่างๆ เกณฑ์การพิจารณามาตรฐานผลิตภัณฑ์นั้นคำนึงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการลดหรือช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะใช้งานเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้านี้

●ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งพลังงานทางเลือก โดยประกอบไปด้วยรถจักรยานยนต์ที่ใช้ระบบ Idling Stop System อันเป็นสิทธิบัตรของฮอนด้า รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดหรือเทคโนโลยีเครื่องยนต์หัวฉีดโดยตรง และเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ (เอฟไอ) เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกประกอบด้วยรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงเอทานอลและเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ เกณฑ์การพิจารณามาตรฐานผลิตภัณฑ์นั้นคำนึงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการลดหรือช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะใช้งานเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้านี้

●ผลิตภัณฑ์แห่งการปฏิวัติ
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ลดหรือขจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือเอื้อต่อการบริหารจัดการพลังงานโดยรวม โดยประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีเพื่อการใช้พลังงานหมุนเวียน

การส่งเสริมการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA)

ฮอนด้าตระหนักดีว่า การส่งเสริมการประเมินวัฏจักรชีวิต (แอลซีเอ) เป็นความคิดริเริ่มที่สำคัญซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการกำจัดผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงความพยายามในการดำเนินการตามแนวคิดสามภารกิจสู่ความเป็นศูนย์ด้วย
ฮอนด้าได้ทำการคำนวณและประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเชิงปริมาณในกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดโดยใช้ระบบการประเมินวัฏจักรชีวิต (แอลซีเอ) ที่มีอยู่เดิม ด้วยเหตุนี้ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขายและบริการ ฝ่ายธุรการ และฝ่ายขนส่งจึงได้ดำเนินกิจกรรมงานต่างๆ ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ความก้าวหน้าในการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

เพื่อระบุแหล่งกำเนิดหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Hotspots) ฮอนด้าได้พัฒนา และนำวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับแต่ละชิ้นส่วนมาใช้ โดยทำการแยกชิ้นส่วนรถยนต์กว่า 20,000 ชิ้น ออกเป็นวัสดุหลักประมาณ 50 ประเภท
ปัจจุบัน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการผลิตวัสดุ และชิ้นส่วนยังคงคำนวณด้วยวิธีการที่เรียบง่าย โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ฮอนด้าจะสามารถประเมินผลการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการวัดการใช้พลังงานจริงในกระบวนการผลิต
ด้วยความเชื่อมั่นว่าการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแม่นยำจะทำให้มาตรการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ฮอนด้าจึงกำลังพัฒนาระบบที่สามารถรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของฮอนด้า ตั้งแต่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบริษัทเอง (Scope 1 และ 2) ไปจนถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ใน Scope 3 เรามุ่งมั่นที่จะนำผลการวิเคราะห์เหล่านี้ไปใช้พัฒนากลยุทธ์ และมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน

ความพยายามในการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์

เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปีพ.ศ. 2593 เราจึงมุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีประสิทธิภาพผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และมุ่งมั่นเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เพื่อเป้าหมายดังกล่าว เราจึงทำการวัดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ พร้อมตรวจสอบในด้านต่าง ๆ เช่น การผลิตวัสดุ และชิ้นส่วน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ เรายังพัฒนาเทคโนโลยี และปรับปรุงคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานไฟฟ้าในผลิตภัณฑ์
ต่อจากนี้ไป เราจะนำผลการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ

การเปรียบเทียบ Carbon Footprint ระหว่าง N-VAN (ICE) และ N-VAN e: (EV)

โครงการริเริ่มเพื่อการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (ไอซีพี)

ฮอนด้าได้เริ่มดำเนินการระบบไอซีพีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เพื่อเร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสถานประกอบการต่างๆ ของฮอนด้าในประเทศญี่ปุ่น (ราคาคาร์บอน: 15,000 เยนต่อเมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์))

ปริมาณคาร์บอนที่ลดลงนั้นจะแปลงเป็นเงินซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจลงทุนต่อไปได้

โครงการดังกล่าวจะมีการขยายไปในต่างประเทศด้วย โดยฮอนด้าจะเลือกสถานประกอบตัวแทนและเริ่มทดลองดำเนินการในส่วนของการผลิตเป็นหลัก

บริษัทฯจะเดินหน้าปรับปรุงระบบดังกล่าวและนำไปใช้กับสถานประกอบการทั่วโลกภายใต้เงื่อนไขทางสังคมและผลการดำเนินงานภายในองค์กร